คู่มือ

การให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อน | เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

การให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนคือการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างบุคคลที่มีระดับความเชี่ยวชาญใกล้เคียงกัน ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

ผู้คนนั่งบนม้านั่งในเวลากลางวัน
กลุ่มคนนั่งรอบโต๊ะไม้
ผู้หญิงสองคนยืนหน้ากระดานไวท์บอร์ดที่มีข้อความ
Photo by Walls.io on Unsplash
กลุ่มผู้ชายและผู้หญิงนั่งล้อมโต๊ะ
คุณครูกำลังพูดคุยกับนักเรียนในห้องเรียน
ภาพระยะใกล้ของเครื่องพิมพ์ดีดที่มีป้ายติดอยู่
กลุ่มคนนั่งรอบโต๊ะ
ภาพระยะใกล้ของเครื่องพิมพ์ดีดที่มีกระดาษเขียนว่า "การเรียนรู้ตลอดชีวิต"
ผู้หญิงนั่งที่โต๊ะพร้อมสมุดโน้ตและปากกา
Photo by Age Cymru on Unsplash
ผู้หญิงกำลังชี้ไปที่โพสต์อิทหลากสีบนผนัง
กลุ่มเด็กผู้ชายนั่งรอบโต๊ะไม้
Photo by Guy Gross on Unsplash
ผู้หญิงสองคนยืนอยู่หน้ากระดานขาว
Photo by Walls.io on Unsplash
ภาพระยะใกล้ของเครื่องพิมพ์ดีดที่มีป้ายติดอยู่
คนกำลังเขียนบนไวท์บอร์ด
ผู้หญิงและเด็กหญิงกำลังทำกิจกรรมบนโต๊ะ
Photo by Jerry Wang on Unsplash
กลุ่มคนนั่งรอบโต๊ะไม้
Photo by Sweet Life on Unsplash
เครื่องพิมพ์ดีดที่มีป้าย blended learning
ผู้ชายใส่เสื้อคอกลมสีดำนั่งข้างผู้หญิง
ผู้ชายและผู้หญิงยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ด
Photo by Walls.io on Unsplash
ผู้หญิงกำลังเขียนบนโต๊ะ

ความคาดหวัง

ไม่นานมานี้ ขณะนั่งจิบกาแฟเย็นที่ร้านโปรดในย่านธุรกิจแห่งหนึ่ง ฉันได้พบกับเพื่อนเก่าจากมหาวิทยาลัย เธอเพิ่งได้งานใหม่ที่บริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง ใบหน้าเคร่งเครียดชัดเจน ฉันเองก็เพิ่งผ่านช่วงปรับตัวที่ยากลำบากมาเหมือนกัน เราเลยนัดคุยกันอีกครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ก่อนวันนัด ฉันนั่งจิบชาเขียวร้อนที่บ้าน ขณะเตรียมประเด็นที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้แบ่งปัน แต่ก็กังวลใจว่าจะช่วยเพื่อนได้มากแค่ไหน ฉันจดโน้ตประเด็นสำคัญที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ตั้งแต่การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ไปจนถึงการจัดการกับความกดดัน

การดื่มด่ำ

วันที่เรานัดเจอกันที่สวนสาธารณะ บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว เราเริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องราวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยกลมกลืนไปกับเสียงลมพัดผ่านใบไม้

ระหว่างการพูดคุย ฉันได้ยินเสียงน้ำในสระกระทบขอบบ่อเป็นจังหวะ เหมือนจังหวะการสนทนาของเราที่ไหลลื่นไปเรื่อยๆ กลิ่นหอมของดอกปีบที่ลอยมาตามลมทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เพื่อนเล่าปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกับทีมข้ามวัฒนธรรม ฉันเองก็แบ่งปันประสบการณ์ที่เคยเจอมา พร้อมกับเทคนิคที่ช่วยให้ผ่านพ้นมาได้

การไตร่ตรอง

หลังจากจบการสนทนาในวันนั้น ฉันรู้สึกเหมือนได้อะไรกลับมามากกว่าที่ให้ไป การได้เล่าประสบการณ์ของตัวเองให้คนอื่นฟัง ทำให้ฉันเห็นปัญหาจากมุมมองใหม่ๆ และตระหนักถึงบทเรียนที่มีค่าในทุกความท้าทาย

ไม่นานหลังจากนั้น เพื่อนส่งข้อความมาขอบคุณ พร้อมกับรูปภาพทีมงานที่ดูเป็นกันเองมากขึ้น รู้สึกเหมือนเราได้สร้างก้าวเล็กๆ ที่มีคุณค่า การได้เห็นความก้าวหน้าของกันและกันเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงใจที่ทำให้อยากพัฒนาตัวเองต่อไป

การอธิบายแนวคิดให้ผู้อื่นเข้าใจช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนการตักน้ำใส่ขันน้ำเต็ม
สร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าในแวดวงอาชีพของคุณ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
การได้ฟังประสบการณ์จากเพื่อนร่วมอาชีพช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เหมือนได้เปิดหน้าต่างบานใหม่
การได้ช่วยเหลือผู้อื่นทำให้คุณตระหนักถึงความสามารถของตัวเอง เปรียบเสมือนการจุดเทียนให้ผู้อื่นก็สว่างไปด้วย
เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้อื่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดซ้ำ ตามหลัก 'อย่าตกหลุมพรางเดิมซ้ำสอง'
ส่งเสริมบรรยากาศการแบ่งปันความรู้ในที่ทำงาน ตามแนวคิด 'ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันทำ'
ฝึกการเป็นที่ปรึกษาและผู้ให้คำแนะนำที่ดี เตรียมพร้อมสู่บทบาทที่ท้าทายมากขึ้น
ช่วยลดช่องว่างระหว่างแผนกและระดับตำแหน่งงาน
ฝึกการเป็นผู้ฟังที่ดี เข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น
การได้ช่วยเหลือผู้อื่นนำมาซึ่งความสุขและความภาคภูมิใจในตนเอง
  1. สำรวจทักษะและประสบการณ์ที่คุณสามารถแบ่งปันได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งสองฝ่าย
  2. ค้นหากลุ่มหรือชุมชนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ทั้งในที่ทำงานหรือช่องทางออนไลน์
  3. กำหนดเป้าหมายและขอบเขตการให้คำปรึกษาร่วมกันอย่างชัดเจน
  4. นัดหมายเวลาที่สะดวกสำหรับทั้งสองฝ่าย โดยคำนึงถึงเวลาทำงานและเวลาส่วนตัว
  5. เตรียมหัวข้อหรือประเด็นที่ต้องการปรึกษาล่วงหน้า เพื่อให้การสนทนามีประสิทธิภาพ
  6. สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและไม่เป็นทางการ อาจเริ่มจากการดื่มชาหรือกาแฟร่วมกัน
  7. กำหนดระยะเวลาและความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการพบปะ เช่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง
  8. เตรียมพื้นที่หรือช่องทางออนไลน์ที่เหมาะสมสำหรับการสนทนา
  9. ตั้งกฎพื้นฐานร่วมกัน เช่น การรักษาความลับ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน
  10. ประเมินผลและปรับปรุงวิธีการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ
  11. บันทึกประเด็นสำคัญและติดตามความก้าวหน้า
  12. ให้กำลังใจและแสดงความชื่นชมซึ่งกันและกัน
  • ความเปิดใจในการรับฟังและแบ่งปันประสบการณ์
  • ทักษะการสื่อสารที่ดี
  • ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและผู้อื่น
  • ความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่แบ่งปัน
  • เวลาที่เพียงพอสำหรับการพบปะอย่างสม่ำเสมอ
  • สถานที่ที่เหมาะสมหรือช่องทางออนไลน์ที่สะดวก
  • ความเข้าใจในขอบเขตและข้อจำกัดของบทบาท

การให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ควรหลีกเลี่ยงการให้คำแนะนำด้านการแพทย์หรือกฎหมายที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และคำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างบุคคล

การให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลที่มีระดับความเชี่ยวชาญใกล้เคียงกัน ในขณะที่โค้ชมืออาชีพมักมีประสบการณ์และความรู้เฉพาะทางมากกว่า เปรียบเสมือนการเดินทางด้วยกันมากกว่าการเป็นผู้นำทาง
แนะนำประมาณ 30-60 นาทีต่อครั้ง เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการแลกเปลี่ยนแต่ไม่ยาวจนเกินไป เหมือนการรับประทานอาหารที่พอดีคำ
ลองเริ่มจากเพื่อนร่วมงาน กลุ่มในโซเชียลมีเดีย หรือชุมชนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานของคุณ ตามหลัก 'น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า'
เตรียมประเด็นที่ต้องการปรึกษาหรือแบ่งปันล่วงหน้า ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น และตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการสนทนา
เปิดใจรับฟังมุมมองที่แตกต่างและหาจุดร่วมที่เหมาะสม จำไว้ว่าทุกความเห็นมีค่า ตามหลัก 'คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย'
แนะนำสัปดาห์ละ 1 ครั้งหรือทุก 2 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาไปปรับใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้และสะท้อนผล
ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและประเมินผลเป็นระยะๆ ดูจากความก้าวหน้าและความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย
แชร์เฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการให้คำปรึกษา โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นส่วนตัว
พูดคุยอย่างเปิดใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางปรับปรุงร่วมกัน หรืออาจพิจารณาเปลี่ยนคู่ให้คำปรึกษา
ได้ การให้คำปรึกษาแบบกลุ่มสามารถสร้างประโยชน์ได้มาก เนื่องจากมีมุมมองที่หลากหลาย ตามหลัก 'น้ำเต็มบ่อ ปลามากมี'
สามารถใช้โปรแกรมวิดีโอคอล เช่น Zoom, Google Meet หรือแพลตฟอร์มที่ทั้งสองฝ่ายสะดวก
พูดคุยกันอย่างเปิดใจเมื่อถึงจุดที่เห็นว่าทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ครบถ้วนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และอาจตกลงกันว่าจะกลับมาพูดคุยอีกครั้งเมื่อมีประเด็นใหม่ๆ
ควรมีบันทึกย่อสั้นๆ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและประเด็นที่ได้คุยกัน แต่ต้องคำนึงถึงความลับของข้อมูลด้วย
แสดงความจริงใจ รับฟังอย่างตั้งใจ และรักษาคำมั่นสัญญา ตามหลัก 'พูดจริง ทำจริง'
เคารพในมุมมองที่แตกต่างและหาจุดร่วมที่เหมาะสม เน้นที่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากกว่าการชี้นำ

มาร่วมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่แข็งแกร่งไปด้วยกัน