คู่มือ

การเป็นพี่เลี้ยงข้ามวัย | แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างสายสัมพันธ์ข้ามรุ่น

กิจกรรมพี่เลี้ยงข้ามวัยเป็นการสร้างความสัมพันธ์เชิงวิชาการระหว่างผู้มีประสบการณ์และผู้ที่ต้องการเรียนรู้ ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน ตามแนวคิดการเคารพผู้ใหญ่และความเอื้ออาทรต่อผู้น้อย

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

คุณตากำลังช่วยหลานทำการบ้านบนโต๊ะ
ปู่กับหลานชายกำลังนอนเล่นอยู่บนพื้นด้วยกัน
ปู่และหลานชายนอนคุยกันบนพื้น
ปู่กับหลานชายกำลังแข่งงัดข้อกันบนพื้น
คุณปู่กำลังสอนเด็กชายทำเครื่องปั้นดินเผา
ปู่กับหลานชายกำลังแข่งงัดข้อกันบนโต๊ะ
คุณปู่และหลานถ่ายเซลฟี่ด้วยกัน
คุณปู่ช่วยหลานทำการบ้านที่โต๊ะ
คุณปู่สอนหลานทำเครื่องปั้นดินเผา
คุณปู่และหลานชายอ่านหนังสือด้วยกันบนโซฟา
คุณปู่และเด็กกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง
ภาพขาวดำของเด็กสองคนนั่งบนม้านั่ง
ครูสูงอายุกำลังช่วยนักเรียนทำโจทย์คณิตศาสตร์
คุณปู่กำลังช่วยหลานชายทำการบ้านที่โต๊ะ
ชายชรากับเด็กชายกำลังเล่นรถของเล่นด้วยกัน
คุณปู่สอนหลานชายทำเครื่องปั้นดินเผา
พ่อและลูกชายกำลังตกปลาด้วยกันริมทะเลสาบ
ปู่กับหลานชายกำลังเล่นรถไฟของเล่น
ปู่กำลังสอนหลานชายทำเครื่องปั้นดินเผา
ครูกำลังช่วยนักเรียนทำการบ้านคณิตศาสตร์

ความคาดหวัง

เมื่อได้ยินคำว่า 'พี่เลี้ยง' ครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ถ่ายทอดประสบการณ์ แต่ก็มีความกังวลว่าจะสามารถสื่อสารกับผู้เข้าร่วมรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด คืนก่อนวันแรกที่ต้องเจอกัน ผมนั่งจดโน๊ตประเด็นสำคัญที่อยากเล่า ตั้งแต่เรื่องการทำงานในต่างประเทศยันการปรับตัวในสังคมไทย จำได้ว่าตอนเป็นเด็กฝึกงานใหม่ๆ ตัวเองก็เคยรู้สึกเคอะเขินกับพี่เลี้ยงเหมือนกัน นึกแล้วก็ยิ้มได้

การดื่มด่ำ

ห้องประชุมเล็กๆ ที่นัดเจอกันมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงยามบ่าย กลิ่นหอมของน้ำมันไพลและสมุนไพรไทยลอยอวลในอากาศเบาๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษสมุดไทยที่เตรียมมา น้องๆ ทั้งห้าคนนั่งเป็นวงกลม ตาเป็นประกายรอฟังเรื่องราว ผมเริ่มเล่าจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการทำงาน ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าบริษัท ความผิดพลาดที่เคยทำ และบทเรียนที่ได้ เมื่อถึงช่วงถามตอบ น้องๆ ถามคำถามเจาะลึกจนผมต้องหยุดคิด บางคำถามก็ทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน เสียงหัวเราะและบรรยากาศเป็นกันเองทำให้ความกังวลหายไป

การไตร่ตรอง

หลังเสร็จสิ้นระยะเวลาสามเดือนของการเข้าร่วมโครงการ รู้สึกประทับใจที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมาย การได้ฟังมุมมองของคนรุ่นใหม่ทำให้ผมเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป จำได้ว่ามีน้องคนหนึ่งบอกว่า 'พี่ทำให้หนูเห็นว่าความผิดพลาดไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ' คำพูดนี้เองที่ทำให้ผมตระหนักว่าการเป็นพี่เลี้ยงไม่ใช่แค่การให้ แต่คือการเติบโตไปด้วยกัน ตอนนี้เรายังคงติดต่อกันเป็นประจำ บางทีผมก็ยังโทรไปขอคำปรึกษากับน้องๆ เหมือนกัน นี่คือความงดงามของความสัมพันธ์ข้ามวัยที่แท้จริง

ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย สร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งระหว่างคนต่างรุ่น ผ่านการแลกเปลี่ยนมุมมองที่แตกต่าง
เป็นช่องทางส่งต่อความรู้ที่หาไม่ได้จากตำราเรียน โดยเฉพาะประสบการณ์จริงในการทำงานและการใช้ชีวิต
เรียนรู้การปรับภาษาและวิธีการสื่อสารให้เหมาะสมกับคนต่างวัยและบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน
ขยายความสัมพันธ์กับคนในวงการและวัยที่แตกต่างกัน เพิ่มโอกาสในการทำงานและการพัฒนาตนเอง
การได้เป็นที่ปรึกษาช่วยพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำและความมั่นใจในการถ่ายทอดความรู้
ได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยี แนวคิดใหม่ๆ และมุมมองที่สดใสจากคนรุ่นหลัง
เข้าใจความท้าทายและบริบทที่แตกต่างของคนแต่ละวัยมากขึ้น
  1. สำรวจทักษะและประสบการณ์ที่คุณสามารถแบ่งปันได้อย่างมั่นใจ
  2. ค้นหาชุมชนหรือองค์กรที่จัดกิจกรรมพี่เลี้ยงข้ามวัย เช่น มูลนิธิ สมาคม หรือบริษัทต่างๆ
  3. เตรียมเนื้อหาและกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและความเหมาะสมตามบริบทไทย
  4. กำหนดเป้าหมายร่วมกันกับผู้เข้าร่วมอย่างชัดเจน
  5. จัดตารางเวลาที่สะดวกสำหรับทั้งสองฝ่าย โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่น
  6. สร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจซึ่งกันและกันในระยะแรก
  7. ประเมินผลและปรับปรุงวิธีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ
  • ความพร้อมในการฟังและเปิดใจรับฟังผู้อื่นอย่างแท้จริง
  • ประสบการณ์ชีวิตหรือทักษะเฉพาะทางที่พร้อมแบ่งปัน
  • เวลาว่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง
  • สถานที่พบปะที่เหมาะสมและปลอดภัย
  • ทักษะการสื่อสารพื้นฐานและความอดทน

กิจกรรมนี้ต้องการความตั้งใจจริงในการเรียนรู้ร่วมกัน ควรเคารพความแตกต่างและรักษาความเป็นส่วนตัว

ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากมาย ขอแค่มีความรู้หรือทักษะที่พร้อมแบ่งปันและความตั้งใจจริง แม้ประสบการณ์เพียงเล็กน้อยก็มีค่าสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น
แน่นอนค่ะ การเป็นพี่เลี้ยงไม่ได้วัดที่อายุ แต่วัดที่สิ่งที่คุณสามารถแบ่งปันได้ บางครั้งมุมมองของคนรุ่นใหม่ก็มีค่ามากสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเข้าใจโลกยุคใหม่
แนะนำสัปดาห์ละ 1-2 ชั่วโมง แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอมากกว่าปริมาณเวลา
ลองติดต่อมหาวิทยาลัย ศูนย์พัฒนาเยาวชน สถานประกอบการ หรือค้นหาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพบุคคล
เตรียมประเด็นที่อยากพูดคุย ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเอง และที่สำคัญคือเตรียมใจที่เปิดกว้างพร้อมรับฟัง อย่าลืมทำความรู้จักกันก่อนเพื่อสร้างความคุ้นเคย
โดยทั่วไปเป็นกิจกรรมที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นบางโครงการที่อาจมีค่าลงทะเบียนเพื่อเป็นค่าอุปกรณ์หรือสถานที่ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสมอ
สังเกตได้จากพัฒนาการของผู้เข้าร่วม ความสัมพันธ์ที่ดีที่พัฒนาขึ้น และความรู้สึกเติมเต็มที่ทั้งสองฝ่ายได้รับ บางครั้งความสำเร็จอาจไม่ได้วัดผลได้ในระยะสั้น
ขึ้นอยู่กับความสะดวกของทั้งสองฝ่าย อาจเริ่มจากการพบปะแบบตัวต่อตัวก่อน จากนั้นจึงใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น ไลน์ หรือวิดีโอคอล เพื่อความสะดวก
สำคัญที่สุดคือการเปิดใจรับฟังโดยไม่ตัดสิน ใช้คำถามเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และเคารพความเห็นที่แตกต่าง หากมีปัญหาจริงจังควรปรึกษาผู้จัดโครงการ
อย่างน้อย 3-6 เดือนเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่บางความสัมพันธ์อาจยาวนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของทั้งสองฝ่าย
เข้าร่วมการอบรมพัฒนาทักษะการโค้ชและให้คำปรึกษา ศึกษาจังหวะการฟังและการตั้งคำถามที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือขอคำติชมจากผู้เข้าร่วมเพื่อนำมาปรับปรุง
นอกจากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาจชวนกันทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทำงานอดิเรก ฝึกทักษะเฉพาะทาง ไปงานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่รับประทานอาหารร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

เริ่มสนทนาข้ามรุ่นได้ทันที