คู่มือ

การฝึกหายใจเพื่อสุขภาพ: เทคนิคและประโยชน์ต่อร่างกายที่คุณอาจไม่เคยรู้

การฝึกหายใจเป็นศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มออกซิเจนในร่างกาย และเสริมสร้างสมาธิ วิธีนี้สามารถฝึกได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษใดๆ เหมาะสำหรับคนเมืองที่ต้องการความสงบท่ามกลางความวุ่นวาย

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

ผู้ชายนั่งบนเสื่อโยคะกลางสวน
ผู้ชายนั่งบนเสื่อโยคะมืออยู่ในกระเป๋ากางเกง
ผู้ชายนั่งบนสเกตบอร์ดในสวน
ผู้ชายนั่งบนเตียงกำลังมองโทรศัพท์มือถือ
หญิงสาวนั่งสมาธิบนพื้นที่บ้าน
ผู้ชายนั่งบนเสื่อโยคะกลางป่า
ผู้ชายนอนบนเตียงที่มีรอยสักที่แขน
ผู้ชายนั่งสมาธิในท่าดอกบัวบนเสื่อ
Photo by Aalo Lens on Unsplash
ผู้ชายนั่งสมาธิในห้องสว่าง โปร่งสบาย
ผู้ชายนั่งสมาธิในท่าดอกบัวบนเสื่อโยคะ
ผู้หญิงนั่งสมาธิในสวนช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ผู้หญิงนั่งสมาธิขัดสมาธิบนพื้น
ผู้หญิงนั่งสมาธิในสวนที่มีต้นไม้ใบไม้ร่วง
ผู้หญิงนั่งสมาธิอย่างสงบบนเสื่อโยคะในสวนฤดูใบไม้ร่วง
ผู้หญิงฝึกโยคะบนเสื่อในสวนสาธารณะ
ผู้หญิงนั่งสมาธิในท่าดอกบัวบนเสื่อโยคะกลางแจ้ง
ผู้หญิงนั่งสมาธิในสวนในวันฤดูใบไม้ร่วง
ผู้หญิงสามคนฝึกโยคะกลางแจ้งในฤดูใบไม้ร่วง
ผู้หญิงนั่งสมาธิอย่างสงบบนเสื่อโยคะกลางแจ้ง
ผู้ชายฝึกโยคะในห้องนั่งเล่น

ความคาดหวัง

ชีวิตในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและเครียดอยู่เสมอ แม้จะได้ยินมาว่าการฝึกหายใจช่วยได้ แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเหมาะกับคนที่ไม่เคยฝึกสมาธิอย่างผมหรือเปล่า หลังจากเลิกงานดึก ผมตัดสินใจลองดูสักตั้ง อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

การดื่มด่ำ

การเริ่มต้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผมนั่งขัดสมาธิบนพื้นห้องนอน หลังตรง ไหล่ผ่อนคลาย ลมหายใจแรกที่สูดเข้าไปรู้สึกเย็นๆ ผ่านโพรงจมูก ผมเริ่มนับ 1-4 ช้าๆ รู้สึกท้องขยายออก เมื่อผ่อนลมหายใจออก รู้สึกถึงความอบอุ่นของลมหายใจ

การไตร่ตรอง

ไม่นานหลังจากนั้น ผมสังเกตว่าตื่นนอนด้วยความสดชื่น แทนที่จะรู้สึกอ่อนล้าอย่างเคย การฝึกหายใจกลายเป็นเหมือนเกราะป้องกันความเครียดของผม ตอนนี้ไม่ว่าวันนั้นจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ผมก็รู้ว่ามีวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้จิตใจสงบลงได้ แค่หายใจเข้าลึกๆ และผ่อนออกมาอย่างช้าๆ

การหายใจลึกๆ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาเพียง 10 นาที
การจดจ่อที่ลมหายใจช่วยฝึกจิตให้มีสมาธิมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องทำงานใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือเรียนหนังสือ
การฝึกหายใจก่อนนอนช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและนอนหลับได้ลึกขึ้น ลดอาการนอนไม่หลับ
การหายใจลึกๆ ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด ทำให้ร่างกายตื่นตัวและมีพลังงานมากขึ้น
การหายใจอย่างถูกต้องช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิต
เพิ่มความจุปอดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น
  1. หามุมสงบในบ้านหรือที่ทำงาน ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  2. นั่งในท่าที่สบาย หลังตรง วางมือทั้งสองข้างบนหน้าท้อง
  3. หลับตาเบาๆ เริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ ลึกๆ
  4. กลั้นหายใจไว้ชั่วครู่ นับ 1-4
  5. ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ
  6. ทำซ้ำเป็นเวลา 5-10 นาที
  7. เมื่อคุ้นเคยแล้ว สามารถเพิ่มเวลาเป็น 15-20 นาที หรือลองเทคนิคอื่นๆ เพิ่มเติม
  • สถานที่สงบไม่มีสิ่งรบกวน
  • เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดรูป
  • เวลา 5-10 นาทีต่อวัน
  • เบาะรองนั่งหรือเก้าอี้ที่สบาย
  • น้ำดื่มสะอาดไว้ข้างตัว
  • ผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดเหงื่อ
  • โทรศัพท์หรือนาฬิกาจับเวลา

ควรฝึกในที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการฝึกหลังจากรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ หากมีอาการเวียนศีรษะควรหยุดพักทันที สตรีมีครรภ์และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มฝึก

สามารถฝึกได้ทุกเวลา แต่ช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือก่อนนอนจะได้ผลดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่จิตใจสงบ และไม่มีสิ่งรบกวน
ควรฝึกอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้
ผู้ที่มีปัญหาโรคปอด โรคหัวใจ และสตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มฝึก นอกจากนี้หากมีอาการเวียนศีรษะระหว่างฝึก ควรหยุดพักทันที
ควรหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ เพื่อกรองอากาศและเพิ่มความชุ่มชื้น และหายใจออกทางปากช้าๆ เพื่อระบายความร้อนและคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
มีหลายท่าเช่น การหายใจแบบกล่อง (Box Breathing) ที่นับ 4-4-4-4 และการหายใจแบบ 4-7-8 ที่ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
ช่วยได้มากครับ เพราะการหายใจลึกๆ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและจิตใจสงบขึ้น
ควรเว้นระยะห่างจากการรับประทานอาหารอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพราะการฝึกหายใจต้องการพื้นที่ในช่องท้องที่ว่างพอสมควร
มีแหล่งเรียนรู้และแบบฝึกหัดมากมายที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
เป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้เริ่มต้น ควรหยุดพักสักครู่ หายใจปกติจนกว่าอาการจะดีขึ้น แล้วค่อยเริ่มใหม่ช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน
เด็กสามารถฝึกได้ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ โดยใช้เวลาในการฝึกที่สั้นกว่าผู้ใหญ่ ประมาณ 2-3 นาทีต่อครั้ง
ช่วงเช้าหลังตื่นนอนเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะท้องว่างและจิตใจยังสดชื่น หรือช่วงเย็นหลังเลิกงานเพื่อคลายความเครียด
นั่งบนเก้าอี้ก็ได้ครับ สำคัญที่หลังต้องตรงเพื่อให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่ ส่วนการนอนฝึกอาจทำให้ง่วงได้ แต่ถ้าต้องการฝึกก่อนนอนก็ทำได้

เริ่มต้นฝึกหายใจอย่างถูกต้องได้ทันที