คู่มือ

การเดินทางแบบแบกเป้ | ประสบการณ์ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ท้าทาย

การเดินทางแบบแบกเป้หลายวันเป็นการท่องเที่ยวที่คุณต้องพกสัมภาระทั้งหมดติดตัวไปด้วย ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอย่างเรียบง่าย พักแรมตามจุดกางเต็นท์หรือที่พักธรรมชาติ เป็นการท่องเที่ยวที่ให้อิสระและความท้าทายในการสำรวจพื้นที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

คนสองคนสะพายกระเป๋าเป้กำลังเดินขึ้นเขา
กลุ่มคนเดินป่าขึ้นไปบนเนินเขา
คนเดินอยู่ในป่าในช่วงกลางวัน
คนใส่แจ็กเก็ตสีดำนั่งอยู่บนก้อนหินใกล้ภูเขาหินสีเทาในเวลากลางวัน
Photo by Ryan Porter on Unsplash
กลุ่มคนเดินป่าขึ้นไปบนเนินเขา
วิวทิวเขาจากจุดชมวิวความสูง
คนสองคนกำลังเดินข้ามทุ่งหญ้าสีเขียว
กลุ่มคนเดินป่าขึ้นไปบนเนินเขา
คนเดินอยู่บนทุ่งหญ้าสีน้ำตาล
นักปีนเขาสะพายเป้สีส้มอยู่บนทางเดินเขา
คนสองคนกำลังเดินขึ้นเขา
ผู้ชายยืนอยู่บนหน้าผากำลังจับกิ่งไม้
นักปีนเขากำลังเดินขึ้นเขาที่มีทุ่งหญ้าพร้อมฉากหลังเป็นภูเขา
คนสองคนกำลังยืนอยู่บนเนินเขา
ผู้ชายกำลังข้ามลำธารในภูเขา
คนสองคนเดินบนถนนลูกรัง
Photo by Somil Gupta on Unsplash
ผู้ชายใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีฟ้ากางเกงขายาวสีดำกำลังเดินอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียวในเวลากลางวัน
Photo by Isa on Unsplash
คนสวมหมวกสีชมพูกำลังยืนอยู่บนภูเขา
ผู้หญิงใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีเทากำลังเดินอยู่ในป่าในเวลากลางวัน
Photo by Clay Banks on Unsplash
ผู้หญิงกำลังเดินป่าบนทางเดินใกล้หินรูปทรงแปลกตา

ความคาดหวัง

หนึ่งสัปดาห์ก่อนออกเดินทาง ฉันนั่งจิบชาเย็นแก้วใหญ่ที่ร้านข้างทาง แผนที่อุทยานแห่งหนึ่งกางอยู่บนโต๊ะ แม่ค้ายิ้มให้และถามว่ากำลังจะไปเที่ยวป่าหรือไม่ เสียงนกร้องจากต้นไม้ใหญ่ข้างร้านดังแว่วมา ทำให้ใจฉันเต้นตึกตัก ระหว่างนับถอยหลังวันเดินทาง ฉันฝึกผูกปมและตั้งเต็นท์ที่บ้านจนเพื่อนบ้านพากันมองแปลกๆ คืนก่อนออกเดินทางนอนไม่หลับ คิดไปถึงภาพธรรมชาติที่เคยเห็นในรูป แต่คราวนี้จะได้สัมผัสด้วยตัวเอง

การเตรียมตัวครั้งนี้พิถีพิถันกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศภูมิภาคนี้ ไปจนถึงการเตรียมอาหารแห้งที่ให้พลังงานสูง กลัวลืมอะไรไปซักอย่างจนต้องเช็คลิสต์ซ้ำแล้วซ้ำอีก

การดื่มด่ำ

วันแรกที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางเดินป่า ความชื้นและความร้อนทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มในเวลาไม่นาน เสียงจักจั่นและนกนานาชนิดดังก้องไปทั่วป่า บางครั้งได้ยินเสียงกิ่งไม้หักไกลๆ คงเป็นสัตว์ป่าตัวไหนสักตัว ดินทรายนุ่มๆ เย็นๆ ผ่านร่องนิ้วเท้าแต่ละก้าว กลิ่นดินหลังฝนใหม่ๆ ผสมกับกลิ่นใบไม้สดชื่น

ตอนกลางคืนที่จุดกางเต็นท์ริมน้ำตก หลังจากกินข้าวเย็นง่ายๆ ที่หุงเอง ฉันนั่งมองดาวเต็มฟ้า ได้กลิ่นควันไฟแค้มป์ไฟผสมกับกลิ่นตะไคร้จากน้ำยาทากันยุง ความเงียบสงบมีเพียงเสียงน้ำไหลและเสียงจิ้งหรีดร้องเป็นระยะๆ จนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

การไตร่ตรอง

วันที่เดินทางกลับ ร่างกายเมื่อยล้าแต่ใจเบิกบาน ภาพความทรงจำที่ได้พบเจอในป่ายังติดตาตรึงใจ ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องผ่านยอดไม้ ฝูงผีเสื้อสีสันสดใสที่บินมาเกาะเป้ หรือแม้แต่ความท้าทายในการข้ามลำธาร การเดินทางครั้งนี้สอนให้รู้ว่าเราทนได้มากกว่าที่คิด

ตอนนี้ทุกครั้งที่ได้กลิ่นดินหลังฝนหรือเห็นแสงแดดส่องผ่านใบไม้ ฉันจะนึกถึงความรู้สึกอิสระและความสงบที่ได้จากทริปนั้น บางครั้งชีวิตที่เรียบง่ายในป่ากลับทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น การเดินทางแบบแบกเป้ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการเดินทางภายในที่ทำให้ค้นพบความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา

การได้ออกนอกคอมฟอร์ตโซนและเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง หลายคนพบว่าตัวเองสามารถทำได้มากกว่าที่คิดไว้
การเดินทางระยะไกลด้วยการแบกสัมภาระช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและลำตัว ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดและปอดทำงานดีขึ้น
การเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดระหว่างทาง เช่น ฝนตกหนักหรือทางแยกที่ไม่คุ้นเคย ช่วยพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน
การต้องดูแลตัวเองในธรรมชาติตั้งแต่การหาที่พัก ทำอาหาร ไปจนถึงการหาทาง ช่วยให้รู้จักความรับผิดชอบและการจัดการชีวิตได้ดีขึ้น
การใช้ชีวิตในป่าช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ความท้าทายและความสวยงามที่พบเจอระหว่างทางจะกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าตลอดชีวิต
การเดินทางแบบนี้มักทำให้ได้พบกับเพื่อนใหม่ที่มีความสนใจคล้ายกัน และอาจได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ จากนักเดินทางด้วยกัน
  1. เริ่มต้นด้วยการเดินทางระยะสั้น 1-2 คืนในอุทยานใกล้บ้าน เช่น อุทยานแห่งชาติใกล้กรุงเทพฯ
  2. ศึกษาข้อมูลเส้นทางจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น แอปพลิเคชันแผนที่หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  3. เข้าร่วมกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อหาเพื่อนร่วมทางและเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์
  4. ฝึกฝนทักษะพื้นฐาน เช่น การอ่านแผนที่ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการตั้งแค้มป์
  5. ทดลองใช้และจัดกระเป๋าให้คุ้นเคยก่อนออกเดินทางจริง
  6. ศึกษาพืชมีพิษและสัตว์ป่าที่อาจพบเจอในพื้นที่
  7. เริ่มต้นด้วยเส้นทางที่เหมาะสำหรับมือใหม่และมีสัญญาณโทรศัพท์ครอบคลุม
  • เป้สะพายหลังขนาดที่เหมาะสม กันน้ำได้
  • เต็นท์และถุงนอนที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย
  • อุปกรณ์ทำอาหารแบบพกพาและเชื้อเพลิง
  • น้ำดื่มและเครื่องกรองน้ำแบบพกพา
  • แผนที่ภูมิประเทศและเข็มทิศ (หรือ GPS)
  • ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาลพร้อมยาสามัญ
  • เสื้อผ้าและรองเท้าเดินป่าที่ระบายอากาศได้ดี

ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง ศึกษาข้อมูลเส้นทางจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แจ้งคนใกล้ชิดทราบแผนการเดินทาง และไม่ควรเดินทางตามลำพังหากไม่มีประสบการณ์เพียงพอ

ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน แต่ควรเริ่มจากเส้นทางสั้นๆ 1-2 คืนในพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ และควรมีเพื่อนร่วมทางที่มีประสบการณ์ไปด้วยในครั้งแรก
น้ำหนักที่เหมาะสมคือไม่เกิน 20% ของน้ำหนักตัวผู้เดินทาง และไม่ควรเกิน 15 กิโลกรัมสำหรับผู้เริ่มต้น ควรเลือกอุปกรณ์ที่น้ำหนักเบาแต่มีคุณภาพ
อย่าวิ่งหนีหรือส่งเสียงดัง ควรถอยห่างอย่างช้าๆ พยายามทำตัวให้ดูใหญ่ขึ้น และให้สัตว์เป็นฝ่ายเดินหนีไปเอง กรณีพบงูให้หยุดนิ่งและรอให้มันเลื้อยผ่านไป
ควรเลือกอาหารที่น้ำหนักเบา เก็บรักษาง่าย ให้พลังงานสูง และเตรียมง่าย เช่น ข้าวสารกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ผลไม้แห้ง ถั่วต่างๆ และชากาแฟสำเร็จรูป
ควรมีเสื้อกันฝนและถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์สำคัญเสมอ หาที่พักชั่วคราวใต้เพิงหรือต้นไม้ใหญ่รอจนฝนซา และระวังน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลาดชัน
ในหลายประเทศต้องลงทะเบียนและขออนุญาตเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกครั้ง สามารถทำได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำหนด
สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เดินทางเป็นกลุ่ม 2-4 คน เพื่อความปลอดภัยและช่วยเหลือกันได้ ควรมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคนที่มีประสบการณ์
ค่าใช้จ่ายหลักคืออุปกรณ์พื้นฐาน ซึ่งอาจเริ่มต้นที่ 5,000-10,000 บาท แต่สามารถประหยัดได้ด้วยการเช่าหรือยืมอุปกรณ์บางชิ้น เช่น เต็นท์และเตาแก๊ส
ควรพกยาประจำตัวให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงช่วงที่เกสรดอกไม้ปลิวมาก รับประทานยาล่วงหน้า และแจ้งให้เพื่อนร่วมทางทราบเกี่ยวกับอาการแพ้
ช่วงที่เหมาะสมที่สุดคือหลังฤดูฝน ประมาณพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ซึ่งอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส และไม่มีฝน
อย่าตื่นตระหนก หาที่ปลอดภัยรอความช่วยเหลือ ใช้สัญญาณขอความช่วยเหลือ เช่น ส่งเสียงสัญญาณหรือจุดไฟให้ควัน หากมีสัญญาณโทรศัพท์ให้โทรแจ้ง 1362 กองการสำรวจ
แนะนำเส้นทางในพื้นที่ธรรมชาติที่มีจุดกางเต็นท์และมีเจ้าหน้าที่ดูแล เส้นทางที่มีทางเดินชัดเจนและปลอดภัย

เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร