คู่มือ

ฝึกการสร้างภาพในใจ ช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ | วิธีเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวเอง

การฝึกสร้างภาพในใจด้วยเสียงนำเป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายจากความเครียดในชีวิตประจำวัน เพิ่มสมาธิ และสร้างความสมดุลให้จิตใจ ผ่านการฟังเสียงแนะนำและจินตนาการภาพที่ทำให้รู้สึกสบาย

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

ชายนั่งบนก้อนหินฝึกโยคะ
ผู้ชายนั่งข้างต้นไม้
ผู้ชายเปลือยท่อนบนสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลนั่งบนหินใกล้ทะเลในเวลากลางวัน
ผู้หญิงนั่งบนเสื่อโยคะในเปล
Photo by Mina Rad on Unsplash
หญิงสาวนั่งสมาธิบนพื้นที่บ้าน
ชายนั่งบนโต๊ะสวมหูฟัง
ผู้ชายนั่งบนท่อนไม้ในป่า
ผู้ชายในเสื้อสีดำนั่งอยู่ในป่า
ผู้หญิงนั่งบนชายหาดตอนพระอาทิตย์ตก
ถ้วยกสองใบบนจานรองวางอยู่บนพื้น
Photo by narubono on Unsplash
ผู้หญิงนั่งสมาธิในห้องที่มีเครื่องดนตรี
ตุ๊กตาหิมะสองตัวนั่งอยู่บนก้อนหิน
Photo by Kouji Tsuru on Unsplash
ผู้ชายเปลือยท่อนบนนั่งอยู่บนแพในแม่น้ำ
ผู้หญิงในชุดกระโปรงทูบสีน้ำตาลนั่งบนทุ่งหญ้าสีเขียวใกล้แหล่งน้ำในเวลากลางวัน
ผู้หญิงนั่งสมาธิบนโซฟาพร้อมหูฟัง
ผู้ชายนั่งบนม้านั่งคอนกรีตใกล้แหล่งน้ำ
ผู้ชายใส่เสื้อยืดคอกลมสีน้ำตาลนั่งบนท่อนไม้
คนนั่งสมาธิอยู่หน้าเก้าอี้ไม้
ผู้ชายในเสื้อสีดำและกางเกงสีน้ำเงินนั่งบนชายหาดในเวลากลางวัน
พระพุทธรูปสีขาวบนผิวน้ำ

ความคาดหวัง

วันนี้ฉันตัดสินใจลองฝึกการสร้างภาพในใจเป็นครั้งแรก หลังจากที่อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแนะนำว่าช่วยลดความเครียดจากการเรียนได้ดีมาก ตอนแรกก็แอบกังวลว่าตัวเองอาจจะทำไม่ได้ เพราะปกติเป็นคนคิดมากและจินตนาการไม่ค่อยเก่ง แต่ก็อยากลองดูสักตั้ง เผื่อว่าจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นเหมือนที่เพื่อนบอก ฉันจึงจัดเตรียมมุมโปรดในห้องนอน จุดเทียนหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ และเตรียมหูฟังไร้สายที่เพิ่งซื้อมาเมื่อสัปดาห์ก่อน

การดื่มด่ำ

เมื่อเสียงผู้แนะนำอันนุ่มนวลดังขึ้น ฉันค่อยๆ หลับตาลง ภาพชายหาดหัวหินยามพระอาทิตย์อัสดงค่อยๆ ปรากฏในจินตนาการ รู้สึกถึงความอุ่นของทรายสีทองใต้ฝ่าเท้า เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งเป็นจังหวะเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ ลมเย็นๆ พัดผ่านผิวหนัง พร้อมกับกลิ่นเค็มๆ ของทะเลที่คุ้นเคยจากวันพักผ่อนที่ผ่านมา แสงสีส้มแดงของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสะท้อนบนผิวน้ำเป็นทางยาวเหมือนมีใครเอาแปรงทาสีลากผ่าน ผมรู้สึกเหมือนร่างกายค่อยๆ จมลงไปในความสงบ ความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวันค่อยๆ ละลายหายไป

การไตร่ตรอง

หลังฝึกเสร็จ ฉันรู้สึกเหมือนได้รีเซ็ตตัวเองหลังจากวันที่เหนื่อยล้า ความคิดที่วุ่นวายในหัวดูสงบลงอย่างน่าประหลาดใจ รู้สึกเหมือนสมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แม้จะใช้เวลาแค่สิบห้านาทีเท่านั้น ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมการฝึกนี้ถึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน ตั้งแต่นั้นมาฉันจึงพยายามหาเวลาฝึกเป็นประจำก่อนนอน แม้จะยุ่งแค่ไหนก็ตาม เพราะรู้ว่ามันเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่ให้กับตัวเอง

ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด ช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ
การฝึกเป็นประจำช่วยปรับสมดุลการนอนหลับ ทำให้หลับง่ายและหลับสนิทตลอดคืน
ฝึกให้จิตใจอยู่กับปัจจุบัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียน
ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ
ช่วยให้ตระหนักรู้ถึงความคิดและความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น
กระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนิน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
การฝึกสร้างภาพในใจช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
  1. หาเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวันที่คุณจะไม่ถูกรบกวน อาจเป็นช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือก่อนนอน
  2. จัดเตรียมสถานที่เงียบสงบในบ้าน อาจจุดเทียนหอมหรือเปิดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ
  3. นั่งหรือนอนในท่าที่สบาย หลับตาและหายใจเข้าออกลึกๆ สัก 3 ครั้ง
  4. เปิดเสียงนำการผ่อนคลายและทำตามคำแนะนำอย่างใจเย็น
  5. ไม่ต้องกังวลหากจิตใจวอกแวก ค่อยๆ นำความสนใจกลับมาที่เสียงนำ
  6. ฝึกเป็นประจำทุกวัน ครั้งละ 10-15 นาที จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
  7. จดบันทึกความรู้สึกหลังฝึกแต่ละครั้งเพื่อติดตามพัฒนาการ
  • หูฟังหรือลำโพงที่ได้คุณภาพ
  • สถานที่เงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวน
  • เวลา 10-15 นาทีโดยไม่ถูกรบกวน
  • เสื่อโยคะหรือเก้าอี้ที่สบาย
  • เสื้อผ้าสบายๆ ไม่รัดแน่น
  • น้ำดื่มสะอาดไว้ข้างตัว
  • โทรศัพท์หรืออุปกรณ์สำหรับเล่นเสียง

การฝึกนี้เหมาะสำหรับผู้ใหญ่และวัยรุ่น ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มฝึก ควรฝึกในที่ปลอดภัยและไม่ควรฝึกขณะขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร หากรู้สึกไม่สบายใจระหว่างฝึกให้หยุดทันที

แนะนำให้ฝึกเป็นประจำทุกวัน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในด้านความผ่อนคลายและสมาธิ
การง่วงเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงแรกๆ อาจลองฝึกในท่านั่งแทนการนอน หรือเลือกเวลาที่ร่างกายตื่นตัวมากกว่า เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน
ไม่จำเป็น มีคลิปเสียงแนะนำฟรีทาง YouTube มากมาย หรือจะใช้แอปพลิเคชันสำหรับฝึกสมาธิก็ได้เช่นกัน
ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ แค่รู้สึกถึงความรู้สึกนั้นก็เพียงพอแล้ว ความชัดเจนจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นเองเมื่อฝึกไปเรื่อยๆ
ช่วงเช้าหลังตื่นนอนหรือก่อนนอนเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่สมองพร้อมจะรับข้อมูลใหม่ๆ
โดยทั่วไปไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง แต่บางคนอาจรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อยในครั้งแรกๆ ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเมื่อร่างกายปรับตัวได้
เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปสามารถฝึกได้ แต่ควรมีผู้ใหญ่ดูแลและแนะนำอย่างใกล้ชิด
แนะนำให้ปิดตาเพื่อลดสิ่งรบกวน แต่ถ้ารู้สึกไม่สบายตัวสามารถลืมตาได้โดยจ้องไปที่จุดใดจุดหนึ่ง
เป็นเรื่องปกติมากๆ ค่ะ แค่สังเกตความคิดนั้นอย่างไม่ตัดสิน แล้วค่อยๆ นำความสนใจกลับมาที่ลมหายใจหรือเสียงนำ
บางคนอาจรู้สึกผ่อนคลายทันทีหลังฝึกครั้งแรก แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักจะเห็นได้หลังจากฝึกต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์
ไม่ควรใช้แทนการนอนค่ะ ถึงแม้จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ร่างกายยังต้องการการนอนหลับที่เพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดี
มีทั้งเสียงภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้เลือกตามความชอบ สามารถค้นหาเสียงนำการผ่อนคลายได้จากแพลตฟอร์มต่างๆ

เริ่มต้นการเดินทางสู่ความสงบภายใน