คู่มือ

การเขียนนวนิยาย: ศิลปะการเล่าเรื่องและการสร้างสรรค์

การเขียนนวนิยายคือการผจญภัยทางจิตวิญญาณที่เปิดโอกาสให้สร้างโลกและตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านการพัฒนาเทคนิคการเล่าเรื่อง การสร้างตัวละคร และการออกแบบพล็อตที่น่าสนใจ

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

เครื่องพิมพ์ดีดขาวดำบนโต๊ะสีขาว
ภาพขาวดำของโต๊ะทำงานที่มีเครื่องพิมพ์ดีด โคมไฟ และ
แสดงเครื่องพิมพ์ดีด สมุดจด และกระดาษยับ
Photo by Ajay Deewan on Unsplash
เครื่องพิมพ์ดีดและโคมไฟบนโต๊ะ
เครื่องพิมพ์ดีดโบราณวางอยู่บนโต๊ะทำงาน
สมุดโน้ตที่เขียนคำว่า write และถ้วยกาแฟวางอยู่ข้างหน้าต่าง
Photo by Saad Ahmad on Unsplash
เครื่องพิมพ์ดีดวางอยู่บนโต๊ะหน้าไฟนีออน
Photo by Remy_Loz on Unsplash
ปากกาสีดำบนกระดาษขาว
เครื่องพิมพ์ดีดที่มีแป้นพิมพ์
บุคคลกำลังถือเครื่องพิมพ์ดีดสีขาวดำ
สมุดบันทึกที่มีข้อความและกล้องวางอยู่ด้านบน
Photo by Mark Casey on Unsplash
เครื่องพิมพ์ดีดขาวดำบนโต๊ะสีเขียว
คนกำลังเขียนสมุดจดข้างเครื่องพิมพ์ดีด
Photo by K O on Unsplash
เครื่องพิมพ์ดีดโบราณวางอยู่บนโต๊ะ
เครื่องพิมพ์ดีดพร้อมบทกวีพิมพ์อยู่ข้างแจกัน
Photo by Ari Shojaei on Unsplash
ฉันเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ฉันเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ฉันเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
เครื่องพิมพ์ดีดโบราณวางอยู่บนโต๊ะสีเข้ม
เครื่องพิมพ์ดีดวินเทจอยู่ท่ามกลางเอกสารและเครื่องมือ
บุคคลกำลังใช้เครื่องพิมพ์ดีด

ความคาดหวัง

การเริ่มเขียนนิยายครั้งแรกของฉันเริ่มต้นที่ร้านหนังสือเก่าเล็กๆ ขณะที่มือกำลังพลิกหน้าหนังสือเล่มโปรด ฉันก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า 'ทำไมไม่ลองเขียนบ้างล่ะ?' ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนั้นจะพาฉันไปเจอกับอะไรบ้าง ฉันซื้อสมุดเล่มเล็กๆ สีฟ้า พร้อมปากกาหัวเจลสีดำ และเริ่มจดทุกไอเดียที่ผุดขึ้นมาในหัว บางครั้งก็เป็นแค่ประโยคสั้นๆ บางครั้งเป็นบทสนทนาทั้งหน้า ฉันรู้สึกเหมือนกำลังเตรียมตัวออกเดินทางไกล โดยที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน

การดื่มด่ำ

สามเดือนผ่านไป หน้าจอคอมพิวเตอร์ของฉันเต็มไปด้วยไฟล์ที่ชื่อว่า 'บทที่1_แก้ไข' 'บทที่1_แก้ไขใหม่' และ 'บทที่1_สุดท้ายจริงๆ' ตัวละครของฉันเริ่มมีชีวิตเป็นของตัวเอง บางครั้งพวกเขาพูดในแบบที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน ฉันจำได้ว่าวันหนึ่งนั่งเขียนอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง จนลืมไปว่าเวลาผ่านไปเกือบหกชั่วโมง พนักงานเสิร์ฟยิ้มให้ขณะเติมน้ำให้เป็นครั้งที่สาม แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างกระทบแว่นตา ทำให้ต้องกระพริบตาหลายครั้ง เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากลำโพงผสมกับเสียงกดแป้นพิมพ์ของคนอื่นๆ รอบตัว กลายเป็นดนตรีประกอบการเขียนของฉัน

การไตร่ตรอง

เมื่อพิมพ์คำว่า 'จบ' ลงในหน้าสุดท้าย ฉันนั่งมองหน้าจอด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ มากกว่าครึ่งปีที่ผ่านมา ตัวละครเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน ฉันเรียนรู้ว่าไม่มีความคิดไหนที่เล็กเกินไป และทุกเรื่องราวมีค่าที่จะถูกเล่า ตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันเข้าใจแล้วว่าการเขียนนิยายไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง แต่เป็นการเปิดโลกใบใหม่ทั้งสำหรับตัวฉันเองและผู้อ่าน ที่สำคัญที่สุด ฉันค้นพบเสียงของตัวเองผ่านตัวอักษร และนั่นคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่การเขียนมอบให้

การเขียนนิยายช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารทั้งการพูดและการเขียน ทำให้สามารถถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ได้อย่างชัดเจน
การสร้างโลกและตัวละครช่วยกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
การเขียนช่วยให้เข้าใจตนเองและมุมมองต่อโลกรอบตัวมากขึ้นผ่านการสำรวจอารมณ์และความคิด
การพัฒนาพล็อตเรื่องช่วยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
การเขียนเป็นช่องทางในการระบายอารมณ์และความเครียดอย่างสร้างสรรค์
การเขียนอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างวินัยและความรับผิดชอบต่อตนเอง
ผลงานเขียนเป็นมรดกทางปัญญาที่สามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้
  1. กำหนดแนวเรื่องที่สนใจ เช่น รัก ระทึกขวัญ แฟนตาซี หรือผสมผสานหลายแนว
  2. สร้างโปรไฟล์ตัวละครหลัก กำหนดบุคลิกภาพ ความปรารถนา และความขัดแย้งภายใน
  3. วางโครงเรื่องคร่าวๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยแบ่งเป็น 3 องก์
  4. กำหนดเป้าหมายการเขียนที่ทำได้จริง เช่น วันละ 500 คำ หรือสัปดาห์ละ 1 บท
  5. หาเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวันสำหรับการเขียน และทำให้เป็นนิสัย
  6. เข้าร่วมชุมชนนักเขียนออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและคำแนะนำ
  7. อ่านผลงานของนักเขียนท่านอื่นเพื่อศึกษารูปแบบและเทคนิคการเขียน
  • คอมพิวเตอร์หรือสมุดบันทึกสำหรับเขียน
  • โปรแกรมประมวลคำหรือปากกา/ดินสอ
  • เวลาในการเขียนอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
  • พื้นที่สงบสำหรับการเขียน
  • พจนานุกรมหรือแหล่งค้นคว้าอ้างอิง
  • ความอดทนและความมุ่งมั่น
  • ใจที่เปิดกว้างต่อคำติชม

การเขียนเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยสำหรับทุกวัย ควรจัดท่าทางการนั่งให้ถูกต้องเมื่อเขียนนานๆ และพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะ ควรแบ่งเวลาเขียนให้เหมาะสมเพื่อป้องกันอาการเมื่อยล้า

ไม่มีกฎตายตัว แต่การตั้งเป้าวันละ 500-1,000 คำเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สำคัญคือความสม่ำเสมอมากกว่าปริมาณ
ทุกไอเดียมีค่าถ้าคุณสามารถพัฒนาให้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจได้ เริ่มจากสิ่งที่คุณหลงใหลก่อน
ขึ้นอยู่กับสไตล์การเขียนของคุณ บางคนชอบวางแผนละเอียด บางคนชอบเขียนไปเรื่อยๆ ลองทั้งสองแบบแล้วดูว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ
ลองเปลี่ยนสถานที่เขียน อ่านหนังสือที่ชอบ ออกไปเดินเล่น หรือเขียนเรื่องอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมา
เลือกคนที่ไว้ใจได้และมีความเป็นกลาง อาจจะเป็นเพื่อนที่ชอบอ่านหนังสือ หรือเข้ากลุ่มนักเขียนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
อ่านหนังสือหลากหลายแนวและฝึกเขียนบ่อยๆ สไตล์การเขียนจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นเองตามธรรมชาติ
แนะนำให้เริ่มจากเรื่องสั้นก่อนเพื่อฝึกพื้นฐานการเล่าเรื่อง แล้วค่อยขยับไปเขียนเรื่องยาว
ให้ตัวละครมีความขัดแย้งภายใน มีเป้าหมายและแรงจูงใจที่ชัดเจน และมีพัฒนาการตลอดเรื่อง
เริ่มจากโปรแกรมพื้นฐานก่อนเช่น Word หรือ Google Docs แล้วค่อยพิจารณาโปรแกรมเฉพาะทางเช่น Scrivener เมื่อพร้อม
จากชีวิตประจำวัน ข่าวสาร ภาพถ่าย เพลง หรือแม้แต่บทสนทนาของผู้คนรอบตัว
การเขียนทุกวันช่วยสร้างวินัย แต่ถ้าไม่สะดวกอาจตั้งเป้าเป็นสัปดาห์ละ 3-4 วันแทน
เมื่อคุณแก้ไขจนไม่สามารถหาจุดที่ต้องแก้ไขเพิ่มได้อีก และได้ให้คนอื่นอ่านและรับฟังคำติชมแล้วหลายรอบ
ลองดูที่เว็บไซต์ Dek-D Writer, Naiin หรือกลุ่ม Facebook ต่างๆ ที่มีชุมชนนักเขียนไทย
กำหนดจุดจบไว้ล่วงหน้าและเขียนไปหามัน ค่อยๆ เขียนทีละบท อย่ากังวลกับความสมบูรณ์แบบในร่างแรก
ชื่อเรื่องควรดึงดูดความสนใจ สื่อถึงเนื้อเรื่อง และจำง่าย ลองให้เพื่อนๆ ช่วยกันประเมินดู

การเริ่มต้นเขียนนิยายสามารถทำได้ทันทีที่คุณพร้อม