คู่มือ

การช้อปอย่างมีสติ วิถีใหม่ของการใช้ชีวิตที่ใส่ใจโลกและสิ่งแวดล้อม

การช้อปอย่างมีสติคือการเลือกซื้อสินค้าอย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ช่วยลดขยะ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และสนับสนุนธุรกิจที่ใส่ใจความยั่งยืน

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

ผู้หญิงถือถุงช้อปปิ้งสีแดงและเขียวสองใบ
ต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้าที่เต็มไปด้วยผู้คน
ผู้หญิงถือถุงช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า
ถุงกระดาษสีน้ำตาลสองใบที่แฮนด์จักรยาน
ผู้หญิงสามคนเดินถือถุงช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า
ภาพใกล้ชิดเครื่องพิมพ์ดีดพร้อมกระดาษเขียนว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผู้หญิงกำลังเดินตามถนนถือถุงที่มีสัญลักษณ์สันติภาพ
ภาพถ่ายโฟกัสเลือกของหญิงนั่งในรถเข็น
Photo by Pars Sahin on Unsplash
ถุงกระดาษสีน้ำตาลบนโต๊ะสีขาว
Photo by Erik Mclean on Unsplash
ผู้หญิงสองคนกำลังมองตู้โชว์สินค้า
ภาพใกล้ชิดของใบไม้สีเขียวบนโต๊ะ
Photo by Sean Foster on Unsplash
ต้นไม้สีเขียวใกล้แหล่งน้ำในเวลากลางวัน
ใบไม้สีเขียวในภาพถ่ายระยะใกล้
ภาพใกล้ชิดของใบไม้สีเขียวขนาดใหญ่
Photo by Dwi Aryasa on Unsplash
ภาพใกล้ชิดของใบไม้สีเขียวขนาดใหญ่
Photo by Yogi Riana on Unsplash
ใบไม้สีเขียวในภาพถ่ายระยะใกล้
กำแพงอิฐที่มีป้ายหยุดติดอยู่
ผ้าสีดำบนผ้าสีขาว
ภาพใกล้ชิดของใบไม้สีเขียวขนาดใหญ่
ใบไม้สีเขียวกรองแสงแดดได้อย่างสวยงาม

ความคาดหวัง

เมื่อก่อนฉันเป็นคนช้อปของตามกระแส ชอบของใหม่ตลอดเวลา จนวันหนึ่งได้เห็นภาพขยะพลาสติกในท้องทะเลที่เกาะพีพี ใจหายวาบเลยค่ะ ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีการซื้อของใหม่ เริ่มจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์รักษ์โลก เรียนรู้ว่าการซื้อของแต่ละครั้งส่งผลกระทบต่อโลกแค่ไหน ตื่นเต้นมากที่จะได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ แต่ก็กังวลว่าจะทำได้จริงไหม เพราะรอบตัวเต็มไปด้วยของล่อตาล่อใจ

การดื่มด่ำ

การช้อปครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้าแบบมีสติทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนักสืบเลยค่ะ ต้องตรวจสอบฉลาก ดูที่มาที่ไปของสินค้าแต่ละชิ้น จำได้ว่าวันนั้นยืนอยู่หน้าร้านเครื่องสำอางนานเป็นชั่วโมง อ่านส่วนประกอบทุกอย่าง กลิ่นคอสเมติกรอบตัวผสมกับเสียงเพลงเบาๆ ในห้าง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แม้บางครั้งจะเจอพนักงานขายมองแปลกๆ ที่เราตรวจสอบสินค้านาน แต่เมื่อเจอแบรนด์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ รู้สึกดีใจเหมือนเจอขุมทรัพย์เลยล่ะ

การไตร่ตรอง

ผ่านมา 6 เดือนแล้วที่เปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบช้อปอย่างมีสติ น้ำหนักกระเป๋าสตางค์เพิ่มขึ้นเพราะซื้อของน้อยลง แต่ได้ของดีมีคุณภาพ รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ถือถุงผ้าใบโปรดไปช้อปปิ้ง แม้บางครั้งจะลืมบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ ปรับตัวไป สิ่งที่ได้มากกว่าการประหยัดเงินคือความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโลกใบนี้ แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็กๆ แต่ถ้าเราทุกคนช่วยกัน ก็น่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้

การเลือกสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยหรือย่อยสลายได้ ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
การซื้อสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นหรือมีการขนส่งที่ประหยัดพลังงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การเลือกซื้อจากแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเป็นการส่งเสริมให้เกิดการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น
สินค้าคุณภาพดีที่ทนทานมักมีอายุการใช้งานนานกว่า ช่วยประหยัดเงินในระยะยาว
สินค้าออร์แกนิกและธรรมชาติมักปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
การช้อปอย่างมีสติช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการบริโภคต่อสิ่งแวดล้อม
การสนับสนุนสินค้าที่มีการผลิตอย่างเป็นธรรม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานและชุมชนผู้ผลิต
  1. สำรวจพฤติกรรมการบริโภคปัจจุบันของตัวเอง
  2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
  3. จัดทำรายการซื้อของล่วงหน้าและยึดตามนั้น
  4. เลือกซื้อสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อยหรือย่อยสลายได้
  5. พกถุงผ้า กระบอกน้ำ และภาชนะส่วนตัวติดตัวเสมอ
  6. เปรียบเทียบและเลือกซื้อสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
  7. แบ่งปันประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับการช้อปอย่างมีสติให้กับคนรอบข้าง
  • ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการบริโภคอย่างยั่งยืน
  • การวางแผนการเงินส่วนบุคคล
  • การเข้าถึงแหล่งช้อปปิ้งที่ขายสินค้าออร์แกนิกหรือสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ถุงผ้า กระบอกน้ำ และภาชนะส่วนตัว
  • ความอดทนและความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา

ควรพิจารณาความเหมาะสมของงบประมาณส่วนตัว ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ และระวังการหลอกลวงโดยใช้ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นข้ออ้าง

ในระยะสั้นอาจดูเหมือนมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ในระยะยาวจะช่วยประหยัดเงินเพราะสินค้าคุณภาพดีมักมีอายุการใช้งานนานกว่า และช่วยลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น
สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าออร์แกนิก ตลาดนัดสีเขียว หรือร้านค้าออนไลน์ที่เน้นขายสินค้าออร์แกนิกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เลือกซื้อผักผลไม้ตามฤดูกาล หรือสนับสนุนร้านค้าในชุมชน
ควรตรวจสอบฉลากรับรองต่างๆ เช่น ฉลากเขียว ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรืองานแสดงสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ
ช่วยได้ เพราะการผลิตและการขนส่งสินค้าแต่ละชิ้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริโภคอย่างมีสติช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมได้
เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เช่น พกถุงผ้า กระบอกน้ำส่วนตัว เลือกสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์น้อย หรือซื้อของมือสอง
ทำได้ โดยเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีนโยบายส่งของแบบยั่งยืน หลีกเลี่ยงการสั่งของบ่อยครั้งเพื่อลดการขนส่ง หรือเลือกมารับสินค้าที่จุดรับแทนการส่งถึงบ้าน
เริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดี อธิบายด้วยเหตุผลที่เข้าใจง่าย เช่น การประหยัดเงินในระยะยาว การดูแลสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไป
มีหลายแอปที่ช่วยตรวจสอบฉลากสินค้า วัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือแนะนำร้านค้าที่ขายสินค้าออร์แกนิกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เหมาะกับทุกคน แต่สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทำได้ก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ
สามารถบริจาคให้ผู้ที่ต้องการ ขายของมือสอง นำไปรีไซเคิล หรือดัดแปลงใช้ประโยชน์ใหม่ แทนการทิ้งเป็นขยะ
ช่วยได้ เพราะนอกจากจะลดการซื้อของที่ไม่จำเป็นแล้ว ยังช่วยให้ซื้อของที่มีคุณภาพดีขึ้น ใช้ได้นานขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะในระยะยาว

มาเริ่มช้อปอย่างมีสติวันนี้ เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นกันเถอะ!