การแข่งขันเขียนโปรแกรม | พัฒนาทักษะเขียนโค้ดกับเวทีแข่งอันดับต้นๆ ของไทย
การแข่งขันเขียนโปรแกรมช่วยฝึกสมองให้คิดเป็นระบบ เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ และพบปะกับชุมชนคนรักโค้ดดิ้งในประเทศไทย
บทนำภาพ
ความคาดหวัง
ก่อนจะถึงวันแข่งขันใหญ่ของa major university ใจฉันเต้นรัวเหมือนกลองสะบัดชัย ตลอดเดือนที่ผ่านมาฝึกฝนอย่างหนักกับโจทย์ในเว็บ competitive programming platforms และ online coding challenges แม้จะตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็ตื่นเต้นที่จะได้ลองของจริง คืนก่อนแข่งนั่งจิบชาเขียวร้อนๆ ระหว่างอ่านโจทย์เก่าๆ ใต้แสงไฟโต๊ะทำงานที่สาดส่องเป็นวงกลมบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ รู้สึกเหมือนกำลังเตรียมตัวเข้าสนามสอบใหญ่
การดื่มด่ำ
ห้องแข่งขันที่the engineering faculty เต็มไปด้วยเสียงแป้นพิมพ์ดังระงม กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นจากถ้วยกาแฟกระดาษลอยปะปนกับกลิ่นเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ นิ้วมือของฉันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนแป้นพิมพ์แมคบุ๊กสีเงิน ขณะที่สมองประมวลผลโจทย์ข้อที่สามอย่างรวดเร็ว หน้าจอแสดงโค้ด a programming language สีสันสดใส ตอนที่เจอข้อสอบยากๆ ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง แต่พอแก้โจทย์ได้สำเร็จ ความสุขที่ได้เห็นเครื่องหมายถูกสีเขียวปรากฏขึ้นช่างหาที่เปรียบไม่ได้ เสียงเพื่อนข้างๆ กดแป้นพิมพ์อย่างเร็วราวกับนักเปียโนโชว์เดี่ยว
การไตร่ตรอง
หลังจบการแข่งขัน ถึงจะไม่ได้รางวัลใหญ่ แต่สิ่งที่ได้มากกว่าคือความมั่นใจและเพื่อนใหม่ๆ จากprogramming club ตอนนี้นั่งจิบชาเย็นที่ร้านในa local cafeพร้อมเปิดโน้ตบุ๊กดูเฉลยโจทย์ รู้สึกขอบคุณตัวเองที่กล้าลองอะไรใหม่ๆ แม้จะไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดีแค่ไหน การแข่งขันครั้งนี้ทำให้รู้ว่าในโลกของการเขียนโปรแกรม ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้น และทุกความผิดพลาดคือบทเรียนที่มีค่า
- เลือกภาษาโปรแกรมที่ถนัด ภาษา Python เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่เพราะอ่านง่าย
- เริ่มฝึกจากเว็บฝึกเขียนโค้ดฟรี เช่น Codecademy หรือ FreeCodeCamp
- ฝึกแก้โจทย์พื้นฐานบนเว็บ Thai Programing หรือ Codeforces
- ศึกษาอัลกอริทึมพื้นฐาน เช่น Sorting, Searching และ Data Structures
- เข้าร่วมกลุ่ม Facebook เช่น 'โปรแกรมเมอร์ไทย' เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
- ลองแข่งขันในรายการเล็กๆ ก่อน เช่น การแข่งขันรายเดือนของมหาวิทยาลัย
- วิเคราะห์โค้ดของคนอื่นในชุมชน GitHub เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ
- ตั้งเป้าหมายระยะสั้น เช่น แก้โจทย์ให้ได้วันละ 1 ข้อ
- ความรู้พื้นฐานภาษาโปรแกรมมิ่ง เช่น Python, Java หรือ C++
- คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
- บัญชีผู้ใช้บนเว็บแข่งขัน เช่น online programming competition platforms
- เวลาว่างสัปดาห์ละ 5-10 ชั่วโมงสำหรับฝึกฝน
- เครื่องมือช่วยเขียนโค้ด เช่น code editors
- สมุดจดหรือแอปสำหรับจดโน้ต
- ความอดทนและทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้
ควรจัดท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง วางข้อศอกทำมุม 90 องศา จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา พักสายตาทุก 30 นาทีโดยมองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที