คู่มือ

การให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม | เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

การให้คำปรึกษาแบบกลุ่มเป็นวิธีการสอนที่สร้างแรงบันดาลใจ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากกันและกัน พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

เผยแพร่เมื่อ อัปเดตล่าสุดเมื่อ

บทนำภาพ

ผู้คนนั่งบนม้านั่งในเวลากลางวัน
กลุ่มคนนั่งรอบโต๊ะไม้
ผู้หญิงสองคนยืนหน้ากระดานไวท์บอร์ดที่มีข้อความ
Photo by Walls.io on Unsplash
กลุ่มผู้ชายและผู้หญิงนั่งล้อมโต๊ะ
กลุ่มคนนั่งบนทุ่งหญ้าเขียวตอนกลางวัน
ผู้ชายนำเสนอข้อมูลบนไวท์บอร์ดให้ผู้ชมฟัง
คุณครูกำลังพูดคุยกับนักเรียนในห้องเรียน
ผู้ชายสี่คนนั่งบนเก้าอี้
คนสวมแหวนสีเงินและเสื้อแขนยาวสีขาว
ผู้ชายนั่งอยู่ในห้อง
กลุ่มคนที่จับมือกัน
กลุ่มคนกำลังสนทนากันเป็นวงกลม
Photo by MD Duran on Unsplash
ผู้ชายสวมเสื้อยืดสีขาวจับมือเด็กทารก
กลุ่มชายหนุ่มนั่งบนม้านั่งไม้
กลุ่มคนนั่งรอบโต๊ะไม้
Photo by Sweet Life on Unsplash
ผู้ชายยืนอยู่หน้าวิทยานิพนธ์และโปรเจคเตอร์
ผู้หญิงสองคนยืนอยู่หน้ากระดานขาว
Photo by Walls.io on Unsplash
กลุ่มคนยืนเป็นวงกลมพร้อมจับมือกัน
ผู้คนกำลังร่วมกันออกแบบกิจกรรมรณรงค์เรื่องโรคเบาหวานที่โต๊ะทำงาน
Photo by Sweet Life on Unsplash
ผู้หญิงกำลังชี้ไปที่โพสต์อิทหลากสีบนผนัง

ความคาดหวัง

เมื่อทีมงานติดต่อมาให้เป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจด้านการตลาดดิจิทัล ใจเต้นรัวเหมือนจะกระเด็นออกมาจากอก แม้จะเคยสอนมามากมาย แต่การยืนหน้ากลุ่มคน 15 ชีวิตที่รอฟังเราพูดก็ทำให้มือสั่นเล็กน้อย ระหว่างเตรียมเอกสารในคืนก่อนหน้า ภาพความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด ถ้าตอบคำถามไม่ได้ล่ะ? ถ้าเนื้อหาไม่น่าสนใจพอ? แต่เมื่อนึกถึงความตั้งใจของน้องๆ ที่สมัครมา ฉันก็ฮึดสู้ต่อ เก็บรายละเอียดทุกอย่างให้ครบ ตั้งแต่สไลด์ประกอบไปจนถึงกิจกรรมกลุ่มย่อย เป้าหมายเดียวคือทำให้ทุกคนที่มาร่วมงานไม่ผิดหวัง

การดื่มด่ำ

"เช้าวันอบรม แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องประชุมที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นจากมุมห้องช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง เมื่อผู้เข้าร่วมทยอยกันมา ฉันสังเกตเห็นแววตาความคาดหวังของพวกเขา บางคนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม บางคนก็นั่งเงียบๆ อยู่มุมห้อง ฉันเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวแบบเป็นกันเอง พร้อมเล่าเรื่องราวความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้ทุกคนหัวเราะได้ไม่ขาดปาก

เมื่อถึงช่วงถามตอบ เงียบไปชั่วขณะก่อนที่น้องคนหนึ่งจะยกมือขึ้นอย่างไม่แน่นอน มีน้องคนหนึ่งถามว่าถ้ายังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ จะเริ่มสอนคนอื่นได้อย่างไร คำถามนี้ทำให้ห้องเงียบกริบ ฉันยิ้มและตอบกลับไปว่า 'ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกนะคะ แค่เรามีอะไรที่มากกว่าคนอื่นสักหน่อย ก็สามารถแบ่งปันได้แล้ว' จากนั้นบรรยากาศก็ค่อยๆ คลายลง เสียงพูดคุยและหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ

กิจกรรมกลุ่มย่อยเป็นช่วงที่ฉันเห็นศักยภาพของทุกคนชัดเจนที่สุด บางกลุ่มถกเถียงกันอย่างจริงจัง บางกลุ่มช่วยกันระดมความคิดอย่างสนุกสนาน กลิ่นอาหารเที่ยงที่สั่งมาเริ่มโชยเข้ามา เตือนให้รู้ว่าถึงเวลาพัก แต่ดูเหมือนไม่มีใครอยากหยุด"

การไตร่ตรอง

"หลังจากนั้นไม่นาน ฉันได้รับอีเมลจากน้องคนหนึ่งที่เคยขี้อายที่สุดในห้อง เขาบอกว่าตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าโครงการด้านการตลาดแล้ว และใช้เทคนิคที่เรียนไปพัฒนางานได้จริงๆ อ่านจบน้ำตาซึม ความรู้สึกนั้นยากจะบรรยาย มันไม่ใช่แค่การสอนหนังสือธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่เป็นการได้เห็นการเติบโตของคนๆ หนึ่ง

วันนี้เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันพบว่าตัวเองก็ได้เรียนรู้ไม่น้อยไปกว่าผู้เข้าร่วม การได้ยินมุมมองใหม่ๆ จากคนรุ่นหลัง ทำให้ความคิดของเรากว้างขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้นอกเหนือจากประสบการณ์คือความสัมพันธ์ที่ดี ที่แม้ว่าโปรแกรมจะจบไปแล้ว แต่เรายังคงติดต่อกันอยู่เสมอ

ถ้ามีคนถามว่าควรลองเป็นที่ปรึกษากลุ่มไหม ฉันจะตอบทันทีว่า 'ต้องลอง' เพราะนี่ไม่ใช่แค่การให้ แต่เป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต"

การให้คำปรึกษาแบบกลุ่มช่วยให้สามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้คนจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากร จากการวิจัยพบว่ามีผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่สามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง
ผู้เข้าร่วมได้รู้จักและสร้างเครือข่ายกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการทำงานร่วมกันในอนาคต และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน
การเป็นที่ปรึกษาช่วยพัฒนาทักษะการพูด การฟัง และการนำเสนอในที่สาธารณะอย่างเห็นได้ชัด ทำให้มีความมั่นใจในการสื่อสารมากขึ้น
การอภิปรายกลุ่มนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย ช่วยขยายมุมมองของผู้เข้าร่วมทุกคน เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ
การได้เป็นผู้ให้คำปรึกษาช่วยสร้างความมั่นใจในตนเองและความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง กล้าแสดงออกมากขึ้น
การนำกลุ่มช่วยพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ การจัดการความขัดแย้ง และการจูงใจผู้อื่น ฝึกการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
การให้คำปรึกษาช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้คนและชุมชนในวงกว้าง เป็นการตอบแทนสังคมอย่างมีความหมาย
  1. สำรวจความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของคุณ ว่าสามารถสอนหรือให้คำแนะนำอะไรได้บ้าง
  2. จัดทำโครงสร้างเนื้อหาและกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ให้ชัดเจน
  3. เตรียมสื่อการสอนและกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เน้นการมีส่วนร่วม
  4. กำหนดระยะเวลาและรูปแบบการให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับเนื้อหาและผู้เรียน
  5. ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ และคัดเลือกผู้เข้าร่วมให้เหมาะสม
  6. จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเริ่มงาน
  7. ประเมินผลและปรับปรุงการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องหลังจบโปรแกรม
  • ความรู้และประสบการณ์ในหัวข้อที่ต้องการสอนอย่างน้อย 2-3 ปี
  • ทักษะการสื่อสารและการฟังที่ดี
  • ความสามารถในการจัดการกลุ่มและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
  • ความอดทนและความเข้าใจในความแตกต่างของผู้เรียน
  • ความพร้อมทางด้านเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม
  • วัสดุและอุปกรณ์การสอนที่จำเป็นสำหรับทุกคน
  • แผนการสอนหรือโครงสร้างเนื้อหาที่ชัดเจนและเป็นระบบ

การให้คำปรึกษาแบบกลุ่มควรคำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงความคิดเห็นและเคารพซึ่งกันและกัน จัดเตรียมพื้นที่และสื่อการสอนที่เข้าถึงได้สำหรับผู้พิการ และรักษาความลับของข้อมูลส่วนตัวผู้เข้าร่วมทุกคน

ควรมีความเชี่ยวชาญในหัวข้อที่สอนอย่างน้อย 2-3 ปี และมีความมั่นใจในการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเสมอไป ที่สำคัญคือความตั้งใจและความพร้อมที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกัน
ควรกำหนดกฎพื้นฐานในตอนเริ่มต้น เช่น การยกมือก่อนพูด หรือใช้วิธีการผลัดกันแสดงความคิดเห็น เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเท่าๆ กัน
เตรียมเอกสารสรุปเนื้อหาสำคัญในรูปแบบที่อ่านง่าย มีพื้นที่สำหรับจดบันทึก และควรมีแบบฝึกหัดท้ายบทเพื่อทบทวนความเข้าใจ
ใช้เทคนิคการเรียนการสอนที่หลากหลาย เช่น การอภิปรายกลุ่ม กิจกรรมกลุ่มย่อย กรณีศึกษา และการนำเสนอแบบมีส่วนร่วม ควรสลับวิธีการทุกๆ 20-30 นาที
ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าอาจไม่มีคำตอบในขณะนั้น บันทึกคำถามไว้และสัญญาว่าจะหาคำตอบมาให้ภายหลัง การยอมรับว่าตนเองไม่รู้ทุกอย่างเป็นการแสดงความซื่อสัตย์ที่ผู้เข้าร่วมให้ความเคารพ
ใช้แบบประเมินผลทั้งก่อนและหลังการอบรม สังเกตการมีส่วนร่วม ติดตามผลลัพธ์ระยะยาวของผู้เข้าร่วม และประเมินจากผลงานที่เกิดขึ้นหลังจบโปรแกรม
สร้างบรรยากาศที่เคารพความเห็นต่าง ฟังทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม หาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และใช้เทคนิคการเจรจาไกล่เกลี่ยอย่างสร้างสรรค์
เน้นประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับโดยตรง ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีตัวอย่างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และอาจมีส่วนลดพิเศษสำหรับการสมัครกลุ่ม
ใช้เครื่องมือออนไลน์สำหรับการพบปะทางไกล แพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกัน และแอปพลิเคชันแบบสำรวจความคิดเห็น
สำรวจระดับความรู้นักเรียนก่อนเริ่ม จัดกลุ่มผู้เรียนตามระดับความสามารถ เตรียมเนื้อหาที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของกลุ่ม และมีแบบฝึกหัดเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายมากขึ้น
สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง ใช้คำถามปลายเปิด จับคู่หรือแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อลดความกดดัน และให้เวลาในการคิดก่อนตอบมากขึ้น
ขอคำติชมจากผู้เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ ศึกษาจากที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และเข้าร่วมการอบรมพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรเป็นประจำ

เริ่มต้นแบ่งปันความรู้ของคุณวันนี้